เมื่อวานนี้ไปเป็นวิทยากรในงานสัมมนาการสอนภาษาญี่ปุ่นโดยการสนับสนุนจากมูลนิธิโตชิบานานาชาติ
ก็เรื่อง "เทคนิคการเป็นล่าม" อีกแหละ
อาศัยข้อมูลและเอกสารที่ใช้ในการสัมมนาล่ามในการประชุมเมื่อเร็ว ๆ นี้มาดัดแปลงนิดหน่อย
แต่ที่มีความสุขเพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่พูดแล้วมีคนมาเป็นล่ามให้
ผู้ที่เข้ามาฟังการสัมมนาการสอนภาษาญี่ปุ่นในครั้งนี้มีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น เพราะอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นมีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น (เรื่องธรรมดาอยู่แล้ว)
ตอนแรกก็ว่าจะพูดทั้งไทยและญี่ปุ่นเอง แต่ไหน ๆ ก็เป็นเรื่องเทคนิคการเป็นล่ามอยู่แล้ว ก็พูดโดยมีล่ามมาแปลก็ไม่เลวเหมือนกัน เพราะแสดงวิธีแปลไปด้วยในตัว
ครั้งนี้ได้อาจารย์คาวาชิมะ อาจารย์ประจำของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ นั่นเอง
ก็รู้สึกดีครับ เคยแต่เป็นล่ามให้เขา คราวนี้มีคนมาเป็นล่ามให้ รู้สึกดีจริง ๆ แต่ในอีกทางหนึ่งการพูดให้ล่ามแปลก็ทำให้บางครั้งก็ลืมเรื่องที่จะพูดไปได้ เพราะมีการสะดุดความคิด แต่บางครั้งระหว่างที่ล่ามแปลก็ทำให้เรามีเวลาคิดเรื่องที่จะพูดเหมือนกัน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และนึกเห็นใจคนที่ไม่เคยใช้ล่ามเหมือนกัน เพราะคนที่เคยพูดคนเดียว เวลาใช้ล่ามมันก็ทำให้พูดไม่ได้ดังที่คิดเหมือนกันนะ
สรุปก็คือ ทั้งล่ามและคนใช้ล่ามก็ควรปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ตอนเป็นล่ามจะไม่รู้สึกถึงตรงจุดนี้เลย นึกว่าเราต้องปรับตัวเข้าหาเขาอย่างเดียว จริง ๆ แล้วคนใช้ล่ามเขาก็ต้องลำบากใจพอสมควรเชียวแหละ
